คัดเน้นๆ! กับ 3 สมุนไพรแก้เบาหวาน หากินง่าย พกพาสะดวก

แชร์เลย ...
Share on FacebookShare on Google+Tweet about this on TwitterShare on LinkedIn

อบเชย

อบเชย เป็นเครื่องเทศที่คนไทยต่างคุ้นเคยกันดี ได้มาจากเปลือกของพืชตระกูล Cinnamomum โดยนำส่วนของเปลือกด้านในออก นำไปตากจนแห้งจนเปลือกนั้นม้วนเป็นแท่งยาว มีการนำมาใช้ทั้งในรูปแบบที่เป็นแท่งและนำมาป่นเป็นผง อบเชยถูกนำมาใช้เป็นยาสมุนไพรกว่าพันปี

โดยในตำรายาไทยระบุสรรพคุณของอบเชยว่าเป็นยาฤทธิ์ร้อน ทำให้ร่างกายอบอุ่น ช่วยในเรื่องระบบไหลเวียนโลหิต บำรุงธาตุ บำรุงกำลัง อีกทั้งกลิ่นหอมของอบเชยยังนำมาเป็นส่วนผสมในยาหอม แก้ปวดศีรษะ แก้อาการอ่อนเพลีย อีกสรรพคุณหนึ่งของอบเชยคือมีการนำมาใช้เป็นสมุนไพรรักษาเบาหวาน

ในผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน ทั้งที่เกิดจากตับอ่อนไม่สามารถสร้างฮอร์โมนอินซูลิน (insulin) ได้อย่างเพียงพอ ซึ่งอินซูลินเป็นฮอร์โมนที่มีบทบาทในการลดระดับน้ำตาลในกระแสเลือด หรืออาจเกิดขึ้นจากเซลล์ไม่สามารถตอบสนองต่อฮอร์โมนอินซูลินได้ตามปกติ ทั้งสองสาเหตุนี้นำไปสู่ภาวะระดับน้ำตาลในเลือดสูงในผู้ป่วยโรคเบาหวาน

อบเชยสามารถช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้โดยสารในกลุ่มชาลโคน (chalcone) เลียนแบบการทำงานของฮอร์โมนอินซูลิน และเพิ่มการขนส่งน้ำตาลกลูโคสเข้าสู่เซลล์ อบเชยมีส่วนช่วยเพิ่มการตอบสนองของเซลล์ต่อฮอร์โมนอินซูลิน ทำให้เซลล์สามารถขนส่งกลูโคสเข้าสู่เซลล์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เมื่อกลูโคสในกระแสเลือดถูกขนส่งเข้าสู่เซลล์ ทำให้ระดับน้ำตาลในกระแสเลือดลดลง

นอกจากเพิ่มการตอบสนองของเซลล์ต่อฮอร์โมนอินซูลินแล้ว อบเชยช่วยลดระดับน้ำตาลหลังการรับประทานอาหารได้ด้วยเช่นกัน โดยปกติหลังรับประทานอาหารระดับน้ำตาลในเลือดจะพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว (spike) แล้วค่อยๆลดลง จากการศึกษาพบว่าคุณสมบัติในการลดระดับน้ำตาลหลังจากการรับประทานอาหารนี้เกิดจากการที่อบเชยสามารถเพิ่มระยะเวลาของอาหารที่รับประทานให้อยู่ในกระเพาะได้นานขึ้น

เมื่ออาหารค่อยๆถูกส่งไปที่ลำไส้อย่างช้าๆ การดูดซึมจะเกิดขึ้นช้าลงด้วยเช่นกัน ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดไม่พุ่งสูงขึ้นทันทีหลังรับประทานอาหาร อีกกลไกหนึ่งคาดว่าเกิดจากการการที่อบเชยสามารถขัดขวางการทำงานของเอนไซม์ที่มีหน้าที่ย่อยแป้งให้กลายเป็นน้ำตาลที่ลำไส้เล็ก

ซึ่งนอกจากสามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดได้แล้วพบว่าอบเชยสามารถลดการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน ได้แก่ โรคหัวใจ และโรคอัลไซเมอร์ รวมถึงเป็นสารต้านอนุมูลอิสระได้ด้วยเช่นกัน ทั้งหมดนี้จึงทำให้อบเชยได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในสมุนไพรแก้เบาหวาน

 

มะระขี้นก

มะระขี้นก หนึ่งในพืชพื้นบ้านที่รู้จักดีในการเป็นสมุนไพรแก้เบาหวาน มะระขี้นกเป็นพืชไม้เลื้อยในตระกูล Cucurbitaceae พบมากในแถบเอเชีย อินเดีย แอฟริกาและอเมริกาใต้ ผลของมะระขี้นกเป็นส่วนที่นิยมนำมาใช้รับประทานและนำมาเป็นยา

ผลมีลักษณะคล้ายกระสวย ผิวขรุขระ มีลักษณะเด่นคือรสขม นิยมนำมาใช้ในการประกอบอาหารและนำมารับประทานเป็นยาสมุนไพร ตำราอายุรเวทของอินเดียได้ระบุไว้ว่า มะระขี้นกมีสรรพคุณช่วยรักษาโรคเบาหวาน โรคตับ โรคข้ออักเสบ โรคเกาท์ ในตำรายาไทย ใช้ใบเป็นยาสำหรับแก้ไข้ และใช้รากในการแก้โลหิตเป็นพิษ

ผู้คนจำนวนมากทั่วโลกรู้จักสรรพคุณของมะระขี้นกในการนำมาใช้เป็นยาสมุนไพรรักษาโรคเบาหวาน สารสำคัญในมะระขี้นก 3 ชนิด ได้แก่

(1) คาร์แรนทิน (carantin) ซึ่งพบว่ามีคุณสมบัติช่วยในการลดระดับกลูโคสในกระแสเลือด

(2) โพลิเปปไทด์-พี (polypeptide-p) สารนี้มีอีกชื่อหนี่งว่า พี-อินซูลิน ซึ่งเป็นโปรตีนที่มีคุณสมบัติคล้ายกันกับฮอร์โมนอินซูลิน ทำหน้าที่โดยเลียนแบบการทำงานของอินซูลินในการขนส่งกลูโคสเข้าสู่เซลล์เพื่อลดระดับน้ำตาลในกระแสเลือด

(3) ไวซีน (vicine) มีคุณสมบัติลดระดับน้ำตาลในกระแสเลือดหลังจากรับประทานอาหาร ทำหน้าที่ร่วมกันในการลดระดับน้ำตาล

นอกจากนี้แล้วมะระขี้นกยังมีสารเลกติน (lectin) ที่สามารถลดระดับน้ำตาลที่บริเวณเนื้อเยื่อส่วนปลายและออกฤทธิ์ต่อสมองโดยช่วยกดความอยากอาหาร ซึ่งฤทธิ์นี้คล้ายกันกับในอินซูลิน ซึ่งเลกตินนี้เองคาดว่าเป็นสารปัจจัยหลักในการลดระดับน้ำตาลที่เกิดขึ้นหลังจากการรับประทานมะระขี้นก

นอกจากสรรพคุณในการเป็นสมุนไพรรักษาเบาหวานแล้ว มะระขี้นกยังมีสรรพคุณในการรักษาไข้ ไอเรื้อรัง อาการปวดประจำเดือนได้อีกด้วย

 

เห็ดหลินจือ

 

เห็ดหลินจือ มีการกล่าวถึงอย่างมากในการใช้เป็นสมุนไพรของประเทศจีน ญี่ปุ่น เกาหลี และประเทศในแถบเอเชีย เป็นเห็ดในตระกูล Ganoderma ดอกเห็ดมีลักษณะมันเงา มีสีน้ำตาลแดง รูปร่างคล้ายรูปไต มีการใช้สรรพคุณบำรุงสุขภาพและเป็นยาอายุวัฒนะของเห็ดหลินจือในชาวจีนมาอย่างช้านาน ชื่อของหลินจือเกิดจากการรวมกันของความหมาย “พลังของจิตและและการมีชีวิตเป็นอมตะ”

ในตำรายาจีนโบราณกล่าวถึงสรรพคุณของเห็ดหลินจือว่า ช่วยบำรุงหัวใจ รักษาเลือดออกในช่องท้อง เพิ่มความจำ และเป็นยาอายุวัฒนะ การศึกษาในปัจจุบันพบว่าเห็ดหลินจือมีสรรพคุณในการควบคุมระดับกลูโคสในกระแสเลือด ปรับระบบภูมิคุ้มกัน ป้องกันตับ ยับยั้งการเจริญของเชื้อแบคทีเรีย และโรคมะเร็ง

สำหรับการใช้เห็ดหลินจือเป็นสมุนไพรรักษาเบาหวาน พบว่ามีสารสำคัญ 3 ชนิด ได้แก่

(1) โพลีแซกคาไรด์ (polysaccharide) พบว่ามีคุณสมบัติช่วยลดระดับกลูโคสในกระแสเลือด โดยช่วยเพิ่มระดับฮอร์โมนอินซูลิน และช่วยทำลายอนุมูลอิสระที่เข้าทำร้ายบีต้าเซลล์ ซึ่งเป็นเซลล์ที่ทำหน้าที่สร้างอินซูลินในตับอ่อน ทำให้บีต้าเซลล์มีอายุยาวนานขึ้น

(2) โปรทิโอไกลแคน (proteoglycan) พบว่าสามารถยับยั้งการทำงานของโปรตีน ไทโรซีน ฟอสฟาเทส 1 บี (tyrosine phosphatase 1B) ซึ่งเป็นเอนไซม์เป้าหมายในการรักษาโรคเบาหวาน

(3) ไตรเทอพินอยด์ (triterpenoid) สามารถยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มของระดับกลูโคสหลังรับประทานอาหาร ได้แก่ เอนไซม์อัลโดสรีดักเทส และอัลฟ่ากลูโคสิเดส (alpha-glucosidase)

นอกจากนี้แล้วเห็ดหลินจือยังมีโปรตีนที่มีส่วนช่วยเพิ่มการตรวจจับฮอร์โมนอินซูลิน ทำให้เซลล์สามารถใช้ประโยชน์จากอินซูลินได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

 

หัวข้ออื่นที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีชีวภาพ (Links ภายในเว็บ ThaiBiotech.info)